| Format | 29.9×22.4 mm |
|---|---|
| Mega Pixel | 65 MP |
| Sensor Type | CMOS |
| Shutter | Global |
| Color | Mono |
| Resolution | |
| Frame rate | 31.5 |
| Interface | CoaXPress |
Displayed prices differing from actual price.
Please contact us for quotation.
ติดต่อเรา เพื่อสอบถามราคา
Download:
MV-CH650-90XM
| Format | 29.9×22.4 mm |
|---|---|
| Mega Pixel | 65 MP |
| Sensor Type | CMOS |
| Shutter | Global |
| Color | Mono |
| Resolution | |
| Frame rate | 31.5 |
| Interface | CoaXPress |
MV-CH650-90XM คือ กล้อง 29.9×22.4 mm , 65 MP, CMOS, Mono 9216×7000 Global, 31.5FPS. ซึ่งเป็นนวัตกรรมกล้องอุตสาหกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความละเอียดและความเร็วในเวลาเดียวกัน ตัวกล้องถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงาน Machine Vision ที่ต้องการความละเอียดภาพมหาศาลพร้อมกับการจับภาพในไลน์การผลิตที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
The integration of advanced semiconductor logic within the sensor allows for nearly instantaneous data offloading from the large 29.9×22.4 mm pixel array to the camera’s internal buffer. This rapid processing pipeline is essential for high-throughput environments where visual decision-making must occur within milliseconds, maintaining the synchronization of the entire automation cell at ultra-high resolution.
การนำกล้องรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบชิ้นงานขนาดใหญ่ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ หรือหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนในระยะเวลาที่สั้นลง ด้วยความละเอียด 65 ล้านพิกเซล อุปกรณ์รุ่นนี้จึงสามารถตรวจจับตำหนิที่เล็กที่สุดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอัตราของเสียและเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่
Beyond simple defect detection, the massive data density provided by this hardware enables sophisticated AI models to perform sub-pixel analysis on surface textures. By capturing uncompressed monochrome data at 31.5 FPS, manufacturers can identify structural microscopic cracks that would be invisible to lower-resolution imaging systems, ensuring higher quality yields in semiconductor and display manufacturing.

ในเชิงวิศวกรรม กล้องรุ่นนี้โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 29.9 x 22.4 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่พอที่จะให้คุณภาพพิกเซลที่ยอดเยี่ยมและสัญญาณรบกวนต่ำ การส่งข้อมูลภาพขนาด 9216 × 7000 พิกเซล ที่เฟรมเรตสูงถึง 31.5 FPS ถือเป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้การตรวจสอบแบบ Real-time บนความละเอียดระดับ Ultra-high เป็นจริงได้
Achieving such a high signal-to-noise ratio in a high-density 65-megapixel array is possible through advanced light-collection micro-lenses on the sensor surface. This ensures that even at very short exposure times—required for fast-moving lines—the monochrome output remains sharp and thermally stable, which is a prerequisite for mission-critical metrology tasks.
นอกเหนือจากสเปกพื้นฐานแล้ว MV-CH650-90XM ยังมาพร้อมกับอัลกอริทึมการปรับปรุงภาพที่ปรับจูนมาเพื่อระบบ lighting อุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ช่วยให้การแยกแยะคอนทราสต์ในภาพขาวดำ (Mono) มีความชัดเจนสูงสุด ซึ่งจำเป็นมากสำหรับงานตรวจสอบรอยแตกร้าวระดับไมโครในวัสดุคอมโพสิตหรือเซมิคอนดักเตอร์
หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบมีสมรรถนะเหนือชั้นคือเทคโนโลยี Global Shutter ซึ่งทำหน้าที่บันทึกภาพทุกพิกเซลพร้อมกัน ขจัดปัญหาภาพบิดเบี้ยว (Rolling Shutter Distortion) ที่มักเกิดขึ้นเมื่อถ่ายวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เร็ว สิ่งนี้ทำให้ผลลัพธ์การวัดขนาด (Metrology) มีความแม่นยำทางเรขาคณิตสูงสุด
Because spatial integrity is preserved in every frame, robotic systems can rely on the geometric consistency of the image data for precise pick-and-place operations. The 9216 x 7000 resolution allows a single camera to cover a vast field of view that previously required a multi-camera setup, simplifying system architecture and reducing potential points of failure.
เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด การเลือกใช้ lens เกรดพรีเมียมที่รองรับเซ็นเซอร์ขนาด APS-C เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ MV-CH650-90XM เลนส์ที่มีกำลังแยกขยายสูงจะช่วยให้พิกเซลทั้ง 65 ล้านจุดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่เกิดอาการภาพเบลอที่ขอบภาพซึ่งอาจส่งผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูล
เนื่องจากเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงผลิตข้อมูลปริมาณมหาศาลต่อวินาที จึงจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เฟซ CoaXPress (CXP-12) จำนวน 4 ช่องทาง เพื่อรองรับแบนด์วิดท์ข้อมูลภาพที่พุ่งสูงขึ้น มาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่ให้ความเร็วที่เหนือกว่า GigE ทั่วไป แต่ยังมีความหน่วง (Latency) ที่ต่ำมาก เหมาะกับระบบอัตโนมัติที่ต้องการการตอบสนองทันที
The implementation of the CXP-12 protocol enables a steady 12.5 Gbps throughput per lane, totaling 50 Gbps across four channels. This dedicated bandwidth ensures zero packet loss during peak transmission, which is vital for high-speed pharmaceutical or automotive glass inspection where missing a single frame could compromise the entire safety audit.
การใช้ cable-accessories ที่ได้มาตรฐาน CXP และมีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีเยี่ยมเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพของข้อมูลภาพจากกล้องรุ่นนี้ สายสัญญาณคุณภาพสูงจะช่วยลดโอกาสเกิด Data Loss ในระหว่างการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า
ในตลาดกล้อง Ultra-high resolution ผลิตภัณฑ์จาก Hikrobot รุ่นนี้มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Basler, FLIR และ IDS ในแง่ของพิกเซลต่อราคา (Price-per-pixel) ซึ่งมักจะมีความได้เปรียบด้านความคุ้มค่าของการลงทุนโดยไม่ลดทอนคุณภาพของเซ็นเซอร์ CMOS เกรดอุตสาหกรรม
Industrial reliability is often the deciding factor in large-scale deployments, and Hikrobot’s hardware provides the high Mean Time Between Failures (MTBF) required for 24/7 operations. When evaluated side-by-side with more expensive alternatives, this model offers a competitive advantage by delivering high dynamic range and superior thermal management at a more accessible cost.
นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ SDK (MVS) ของ Hikrobot ยังได้รับการพัฒนาให้มีความเสถียรและรองรับมาตรฐาน GenICam ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากกล้องเดิมในระบบมาใช้งานทำได้โดยราบรื่น ช่วยให้นักพัฒนาลดเวลาในการเขียนโปรแกรมและปรับจูนระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยขนาดเซ็นเซอร์ 29.9×22.4 mm ของอุปกรณ์รุ่นนี้ การเลือกใช้เมาท์เลนส์ที่ถูกต้อง เช่น M42 หรือ F-mount จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่าแสงจะครอบคลุมพื้นที่เซ็นเซอร์ทั้งหมดและไม่เกิดขอบมืด (Vignetting) ซึ่งจะทำลายคุณภาพของภาพในส่วนที่สำคัญ
Beyond the mount type, calculating the precise working distance is necessary to maintain a constant magnification factor across the 65-megapixel array. Utilizing telecentric optics can further eliminate perspective errors, which is highly recommended for flat-panel display inspections where edge-to-edge accuracy is the primary objective of the machine vision system.
หากท่านต้องการคำปรึกษาเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการคำนวณระยะการทำงาน (Working Distance) หรือต้องการใบเสนอราคา ท่านสามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่หน้า contact เพื่อรับข้อมูลที่แม่นยำที่สุดสำหรับการออกแบบระบบวิชันของท่าน
สรุปคุณสมบัติเด่นคือกล้องขาวดำ (Mono) ความละเอียดสูงพิเศษ 65 ล้านพิกเซล (9216 × 7000) ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ 29.9×22.4 mm พร้อมระบบ Global Shutter และเฟรมเรตที่รวดเร็วถึง 31.5 FPS เชื่อมต่อผ่าน CoaXPress เป็นโซลูชันระดับไฮเอนด์ที่ตอบโจทย์งานตรวจสอบความเร็วสูงและความแม่นยำสูงสุดในปัจจุบัน
The combination of an immense pixel count and low-latency data transmission makes this camera an indispensable tool for the next generation of smart factories. Its ability to provide raw, uncompressed 65 MP data at high speeds serves as the backbone for reliable and repeatable automated quality control in the world’s most demanding manufacturing sectors.
สรุป: เหตุผลที่ควรพิจารณา MV-CH650-90XM คือการรวมกันของความละเอียดมหาศาลและความเร็วที่เหนือชั้น ช่วยยกระดับสายการผลิตให้มีความเป็นอัจฉริยะและแม่นยำสูงขึ้นอย่างชัดเจน
สอบถามข้อมูลและราคา MV-CH650-90XM
1. ต้องการสเปกคอมพิวเตอร์ระดับไหน?
เนื่องจากส่งข้อมูล 65 MP ที่ 31.5 FPS แนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับ Workstation พร้อม RAM 128GB ขึ้นไป และการ์ด Frame Grabber CoaXPress CXP-12 แบบ 4 ช่องทางเพื่อให้ประมวลผลได้ทัน
2. สามารถใช้เลนส์ C-mount กับ MV-CH650-90XM ได้หรือไม่?
ไม่ได้ครับ เนื่องจากเซ็นเซอร์มีขนาดใหญ่ถึง 29.9×22.4 mm เลนส์ C-mount จะทำให้เกิดขอบดำและภาพไม่ครอบคลุมเซ็นเซอร์ จำเป็นต้องใช้เลนส์เมาท์ M42 หรือ F-mount เท่านั้น
3. อินเทอร์เฟซ CoaXPress CXP-12 ดีกว่า GigE อย่างไรในกล้องรุ่นนี้?
CXP-12 ให้แบนด์วิดท์สูงกว่า GigE หลายสิบเท่า ทำให้สามารถส่งภาพความละเอียดสูง 65 MP ได้ด้วยความเร็วเฟรมเรตที่สูงกว่าโดยไม่มีอาการภาพสะดุดหรือข้อมูลสูญหาย
4. เหมาะกับงานตรวจสอบประเภทใดมากที่สุด?
เหมาะสำหรับงานตรวจสอบจอภาพ (FPD), แผงวงจรพิมพ์ (PCB), แผงโซลาร์เซลล์, และงานที่ต้องวัดขนาดวัตถุขนาดใหญ่ด้วยความละเอียดระดับไมครอนบนสายพานความเร็วสูง
5. ซอฟต์แวร์ SDK ของ Hikrobot รองรับระบบปฏิบัติการใดบ้าง?
รองรับทั้ง Windows และ Linux และรองรับภาษาโปรแกรมที่หลากหลาย เช่น C++, C#, และ Python ผ่านซอฟต์แวร์ MVS (Machine Vision Software)
6. มีความร้อนสูงหรือไม่ระหว่างทำงาน?
เนื่องจากประมวลผลข้อมูลมหาศาล ตัวกล้องจึงถูกออกแบบให้มีการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ แต่แนะนำให้ติดตั้งในพื้นที่ที่มีการหมุนเวียนอากาศที่ดีเพื่อรักษาอายุการใช้งานของเซ็นเซอร์
30 reviews for MV-CH650-90XM
There are no reviews yet.